ความรู้ทั่วไป

1024 1015 admin csb

วิธีการดูแลรักษากางเกงยีนส์

– อย่าซักบ่อย
กางเกงยีนส์ไม่จำเป็นต้องซักทุกครั้งหลังใส่ ถ้ามีรอยเปื้อนนิดหน่อย ควรซักเฉพาะบริเวณที่เปื้อน แทนที่จะซักทั้งตัว การซักบ่อยอาจทำให้ยีนส์เสียทรงหรือสีซีด โดยเฉลี่ยแล้วใส่ประมาณ 10 ครั้ง ค่อยซักทีก็ได้ ถ้ากลัวว่าจะมีกลิ่นเหม็นอับ ให้แขวนไว้ในที่อากาศถ่ายเท
– ซักด้วยน้ำเย็นกับน้ำส้มสายชู
ถ้าคุณไม่สามารถทนใส่ซ้ำได้ถึง 10 ครั้ง แต่ขณะเดียวกันก็กลัวสีกางเกงยีนส์จะซีดเร็ว วิธีซักผ้ายีนส์ง่ายๆ และไม่ทำให้สีซีด คือ การแช่กางเกงยีนส์ในน้ำเย็นที่ผสมน้ำส้มสายชู ทิ้งไว้ประมาณ 1 ชั่วโมง จากนั้นขยี้เล็กน้อยตามจุดที่มีคราบสกปรก เสร็จแล้วนำขึ้นตากเลย
– กลับด้านทุกครั้ง
ถ้าซักกางเกงยีนส์ด้วยเครื่องซักผ้า ต้องกลับด้านในออกมาทุกครั้ง สีของยีนส์จะไม่ซีดเร็ว และไม่ว่าจะซักด้วยเครื่องหรือด้วยมือ ตอนตากต้องตากโดยกลับด้านในออกมาทุกครั้ง เพราะแสงแดดเป็นอีกตัวการหนึ่งที่ทำให้สีซีด
– ถนอมผ้ายีนส์ด้วยการซักมือ
การซักกางเกงยีนส์ด้วยมือเป็นวิธีถนอมผ้าและคงสีสดใสได้ดีที่สุด แนะนำให้ซักด้วยน้ำเย็น โดยใส่น้ำยาซักผ้าเพียงเล็กน้อย แช่ไว้ 15 – 30 นาทีจะช่วยให้ซักคราบสกปรกออกง่ายขึ้น แต่ถ้าไม่สามารถซักมือได้ ในการซักด้วยเครื่อง ควรกลับข้างนอกเข้าข้างในก่อนเสมอ เลือกโปรแกรมซักด้วยน้ำเย็น และควรซักไม่เกิน 2 ตัวต่อครั้ง
– หลีกเลี่ยงผงซักฟอกที่มีสารฟอกขาว
สารฟอกขาวอาจทำให้ยีนส์ด่างและกัดกร่อนเส้นใยผ้า และในการซักทุกครั้ง ควรเลือกผงซักฟอกหรือน้ำยาซักผ้าสูตรสำหรับผ้าสีเท่านั้น เพื่อรักษาสีของยีนส์ให้คงทน
– ดูแลยีนส์ด้วยน้ำยาปรับผ้านุ่ม
น้ำยาปรับผ้านุ่มมีคุณสมบัติช่วยถนอมเส้นใยผ้า ช่วยไม่ให้สีซีดหมอง นอกจากนี้ยังช่วยป้องกันกลิ่นอับสำหรับผ้าเนื้อหนาอย่างยีนส์ได้อีกด้วย แนะนำสูตรที่ใช้ได้ดีกับผ้ายีนส์อย่างผลิตภัณฑ์คอมฟอร์ท อัลตร้า ซึ่งจะช่วยรักษาสีผ้าคงทน สวยไปอีกนาน
– ห้ามบิดผ้ายีนส์
เมื่อซักเสร็จแล้วอย่าบิดผ้าเอาน้ำออกอย่างที่ทำกับกับผ้าทั่วไป ให้ม้วนกางเกงจากขอบเอวลงมาที่ขาแทนการบิด เพื่อไม่ให้เกิดรอยยับ และควรตากกางเกงยีนส์ด้วยการพาดไปกับราวตากผ้า ซึ่งช่วยให้เนื้อผ้าคลายตัว ไม่เสียทรง และคงรูปได้ดีกว่าการแขวน
– อบผ้าด้วยอุณหภูมิความร้อนต่ำ
โดยทั่วไปไม่แนะนำให้ใช้เครื่องอบผ้าแห้ง แต่ถ้าจำเป็น ให้เลือกอุณหภูมิความร้อนระดับต่ำหรือกลางเท่านั้น สีกางเกงยีนส์จะได้ไม่ซีดเร็ว
– ห้ามพับ
ควรแขวนกางเกงยีนส์เพื่อป้องกันการเสียทรง และไม่ควรใช้ไม้แขวนเสื้อแบบหนีบ ใช้ไม้แขวนที่มีห่วงเกี่ยวบริเวณที่ร้อยเข็มขัดจะดีกว่า
1024 1015 admin csb

การใส่เสื้อผ้าสีดำนั้นมีข้อดีอะไรบ้าง

– ดูดี เรียบง่ายและคลาสสิก
การแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าสีดำนั้นแสดงถึงความเรียบง่าย สบายๆ เพราะสีดำเป็นสีที่เบสิคไม่ต้องคิดเยอะ เป็นสีที่เข้ากับสีอื่นได้ง่าย จะใส่กับกางเกงสีไหนก็ดูดีหรือจะใส่คู่กับเครื่องประดับแบบไหนก็ได้ ไม่ว่าจะเป็นสีเงิน สีทองหรือหลากสี ได้หมดเลย
– ช่วยทำให้รูปร่างดูดีขึ้น
การใส่เสื้อผ้าสีดำสามารถอำพรางสัดส่วนร่างกายได้ดีกว่าเสื้อผ้าสีอ่อน ทำให้ผอมลงดูตัวเล็กขึ้นและเมื่อเราอำพรางรูปร่างของเราแล้วนั้น ก็ยิ่งช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับตัวเองอีกด้วย
– ช่วยเสริมสร้างเสน่ห์ ลึกลับน่าค้นหา
เสื้อผ้าสีดำยังคงได้รับความนิยมอยู่เสมอไม่ว่าจะในกลุ่มผู้ชายหรือผู้หญิง สีดำนั้นจะทำให้ดูมีเสน่ห์ น่าค้นหา สำหรับผู้หญิงจะช่วยเสริมให้ดูมีความเซ็กซี่ ลึกลับ ดูดีมีระดับ เป็นสีที่ทำให้ดึงดูดเพศตรงข้ามได้ดี และเป็นสีบ่งบอกถึงความมีพลัง
1024 1015 admin csb

การถนอมผ้าสีให้สวยสดใส

– ทุกครั้งเมื่อซื้อเสื้อผ้ามาใหม่ให้ดูที่ป้ายกำกับเสื้อ จะมีวิธีการดูแลรักษาและบอกว่าเสื้อผ้าที่เราซื้อผลิตมาจากเนื้อผ้าชนิดใด ควรถนอมเนื้อผ้าและสีผ้าด้วยวิธีใด เป็นต้น
– ควรแยกซักเสื้อผ้าระหว่างผ้าสีและผ้าขาว โดยเฉพาะผ้าขาวถ้านำมาซักปนกับผ้าสีจะทำให้สีขาวหมองลงได้ง่ายกว่าเสื้อผ้าสี
– ควรซักผ้าด้วยน้ำที่มีอุณหภูมิปกติ เพราะถ้าใช้น้ำอุ่นหรือน้ำร้อนในการซักผ้า น้ำร้อนจะทำปฏิกิริยาทำให้สีของผ้าซีดหมองลงได้
– ไม่ควรอบผ้าด้วยความร้อนเป็นเวลานาน เพราะความร้อนถือเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้สีของผ้าซีดจางหมองและไม่สดใส
– ไม่ควรตากผ้าสีในที่ที่มีมีแสงแดดแรงจนเกินไป ผ้าบางชนิดใช้วิธีตากในที่โล่งและมีลมพัดผ่านก็พอแล้ว วิธีนี้จะช่วยถนอมสีของผ้าได้เป็นอย่างดี
– เวลารีดผ้าไม่ควรใช้ไฟแรงจนเกินไปควรใช้ความร้อนเพียงแค่ปานกลางหรือไฟอ่อนก็พอแล้ว จะเป็นการช่วยถนอมสีผ้าได้เป็นอย่างดี
– น้ำยาที่ใช้ซักผ้าไม่ควรเป็นน้ำยาที่มีความเข้มข้นมาก และไม่ควรให้เสื้อผ้าถูกน้ำยาซักผ้าโดยตรง ควรทำการละลายน้ำยาซักผ้ากับน้ำก่อนการนำผ้าลงไปซัก เพราะน้ำยาซักผ้าอาจจะทำให้สีของผ้าหมองหรือถ้าโดนแบบตรงๆ อาจจะทำให้สีบริเวณที่โดนเป็นรอยด่างขึ้นมาได้
1024 1024 admin csb

วิธีขจัดรอยเผื้อนต่างๆบนเสื้อผ้า

– วิธีขจัดรอยเปื้อนที่เกิดจากลิปสติก
นำผ้าตรงที่มีรอยเปื้อนจุ่มในน้ำอุ่นพอมาดๆ พร้อมผงซักฟอกแบบเหลวที่ไม่มีสารฟอกขาว ใสผงซักฟอกลงบนจุดที่มีรอยเปื้อน แล้วขจัดรอยเปื้อนจนรอยเปื้อนร่างหายไป แล้วล้างเสื้อผ้าด้วยน้ำร้อนเพื่อป้องกันเนื้อผ้า
– วิธีขจัดรอยเปื้อนที่เกิดจากน้ำยาทาเล็บ
การ ขจัดคราบรอยเปื้อนขึ้นอยู่กับชนิดของเนื้อผ้าและชนิดของน้ำยาทาเล็บ สามารถทำได้ด้วยวิธีวางเสื้อผ้าตรงที่มีรอยเปื้อนลงบนกระดาษผ้า ขนหนูสลับทั้งด้านหน้าและหลัง แล้วจึงทำการซักและล้าง
– วิธีขจัดรอยเปื้อนที่เกิดจากน้ำหมึกปากกา ลองใช้ยางลบ ๆ ตรงรอยเปื้อน หากไม่ได้ผลให้แซ่รอยเปื้อนด้วยแอลกอฮอล์
– วิธีขจัดรอยเปื้อนที่เกิดจากกาแฟและชา
ล้างรอยเปื้อนด้วยน้ำเย็นโดยทันที หลังจากนั้นทำการล้างรอยเปื้อนออก ตามด้วยการซักล้างต่อไป
– วิธีขจัดรอยเปื้อนที่เกิดสี
แช่เสื้อผ้าในน้ำอุ่นพร้อมผงซักฟอกทิ้งไว้ประมาณ 2 ชั่วโมง หลังจากนั้นแปรงเบาๆ ด้วยแปรงสีฟัน แล้วทำการซักล้างด้วยวิธีโดยทั่วไป
723 724 admin csb

เนื้อผ้าที่นิยมทำเสื้อกันหนาว

– ผ้าหนัง PU
ลักษณะผ้า: ผ้าหนัง PU เป็นหนังเทียม มีความนุ่มเหมือนหนังแท้มาก นิยมใช้ทดแทนหนังสัตว์
คุณสมบัติ : มีความยืดหยุ่นน้อย น้ำหนักค่อนข้างมาก แต่ช่วยกันลมได้ดี ให้ความอบอุ่นได้ปานกลาง

– ผ้าฟลีซ (Fleece fabric)
ลักษณะผ้า : ผิวสัมผัสนุ่มลื่น ทั้งสองด้านมีรูปแบบการทอเหมือนกันทำจากเส้นใยโพลีเอสเตอร์ 100%
คุณสมบัติ : ให้ความอบอุ่นได้ดีมาก กันลม สัมผัสอ่อนนุ่ม มีน้ำหนักเบามาก อ่อนโยนต่อผิว เหมาะสำหรับคนที่แพ้ขนสัตว์
สามารถพิมพ์สีและลายลงบนผ้าได้ดี

– ผ้าขนมิงค์
ลักษณะผ้า: มีทั้งขนสั้นและขนยาว คล้ายขนสัตว์ แต่ผลิตขึ้นมาจากเส้นใยสังเคราะห์ เพื่อมาทดแทนการใช้ขนสัตว์จึงเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
คุณสมบัติ : ช่วยให้ความอบอุ่นได้ดีมาก สัมผัสที่อ่อนนุ่ม

– ผ้าไหมพรม (Silk)
ลักษณะผ้า : มีความหนานุ่ม สัมผัสสบาย ขึ้นอยู่กับการทอลาย มีส่วนผสมที่หลากหลายมาก ขึ้นอยู่กับที่เราเลือกใช้งาน
มีทั้งผลิตขึ้นมาจากเส้นใยธรรมชาติ เส้นใยสังเคราะห์ และที่นิยมคือ นำเส้นใยทั้ง 2 ชนิดมาผสมกัน จะได้คุณสมบัติที่ดี
คุณสมบัติ : ให้ความอบอุ่นได้ดีมาก ไม่ระบายอากาศ มีน้ำหนักเบา

– ผ้าเกล็ดปลา (French terry fabric)
ลักษณะผ้า : ผ้าด้านหน้ามีลักษณะเรียบ ด้านหลังมีการทอเป็นห่วง มีส่วนผสมของเส้นใยโพลีเอสเตอร์ กับ cotton หรือผ้าอื่นๆ
คุณสมบัติ : ระบายอากาศได้ปานกลาย แต่ให้ความอบอุ่นได้ดี ผิวสัมผัสนุ่ม มีน้ำหนักเบา ยับยากเเละมีความยืดหยุ่นสูง สามารถพิมพ์ลายหรือสีลงบนผ้าได้

723 724 admin csb

วิธีกำจัดขนแมวออกจากเสื้อผ้า

– กำจัดขนแมว ด้วยฟองน้ำ
ขั้นตอนแรกง่ายมากๆ เราสามารถใช้อุปกรณ์ในห้องครัวอย่าง “ฟองน้ำ” นำมาชุบน้ำให้หมาดๆ แล้วแปรงบนเสื้อผ้าของเราเบาๆ ทำให้ขนแมวที่หลุดออกจากเสื้อยากนั้น สามารถหลุดอย่างง่ายดาย
– ทำความสะอาดเครื่องซัก
เนื่องจากทุกครั้งที่เราซักผ้าเสร็จ มักจะมีขนแมวติดอยู่ในเครื่องด้วย เราจึงจำเป็นต้องทำความสะอาดเครื่องซักผ้าทุกครั้ง เพื่อกำจัดขนสัตว์ที่หลงเหลืออยู่
– ใช้ลูกกลิ้งอเนกประสงค์
– ดึงขนแมวออกจากเสื้อผ้าด้วยถุงมือยาง
เพียงแค่สวมถุงมือยาง นำมาชุบน้ำให้เปียกหมาดๆ แล้วลูบบนเสื้อในจุดที่มีขนแมวติดอยู่ ขนแมวจะหลุดออกและติดบนถุงมือยาง
– ลูกบอลซักผ้าและแผ่นอบผ้า
โดยลูกบอลซักผ้านั้น จะช่วยลดไฟฟ้าสถิตเหมือนกับแผ่นอบผ้า ช่วยให้เส้นขนอ่อนลงและหลุดออกได้ง่ายเช่นเดียวกัน

723 724 admin csb

เนื้อผ้าสหรับ Sweater

– Sweater fabric
เป็นผ้า Knit ที่เป็นผ้าถักหรือที่เรียกว่าผ้ายืด ซึ่งจะประกอบด้วย โครงสร้างผ้าประเภท cotton (ผ้าฝ้าย), TC (ผ้าฝ้ายผสมกับผ้าใยสังเคราะห์ ) , TK (ผ้าใยสังเคราะห์) แล้วก็มาทอแบบ Knit ซึ่งเนื้อผ้าจะเนื้อนุ่ม ผิวสัมผัสไม่ระคายเคือง ให้ความอบอุ่นได้ดี จึงนิยมนำไปทำเสื้อกันหนาวอย่างแพร่หลาย ทั้งเสื้อคลุมแบบสวมหัว และเสื้อคาร์ดิแกน
เป็นผ้าที่ ด้านหน้าจะมีผิวเรียบ ด้านหลังจะเป็นเส้นใยแบบห่วงคล้ายเกล็ดปลา แถมยังฟู นุ่ม มีน้ำหนักเบา ให้ความอบอุ่นได้ดี ยับยาก มีความยืดหยุ่นสูง จึงเป็นผ้าที่นิยมนำมาผลิตเป็นเสื้อกันหนาวมากที่สุด โดยผ้าเกล็ดปลามีส่วนผสมหลักคือ เส้นใยโพลีเอสเตอร์ (Polyester) หรือ เส้นใยคอตตอน (Cotton) จึงเหมาะกับการทำเสื้อคลุมแบบสวมหัว ทั้งนี้ผ้าเกล็ดปลาสามารถสกรีนลายได้อย่างไม่ค่อยมีปัญหา

ผ้าฟลีซ – Fleece fabric
เป็นผ้าที่ทำมาจากเส้นใยโพลีเอสเตอร์ (Polyester) มีคุณสมบัติเด่นการทอที่แน่นละเอียด และอบอุ่น ระบายอากาศดี มักใช้ทำเสื้อกันหนาวแบบเสื้อคลุมสวมหัว เสื้อแจ็คเก็ต และเสื้อฮู้ด ซึ่งผ้าฟลีซจะมีสัมผัสที่อ่อนนุ่ม และสีสันสวยงาม สามารถซักทำความสะอาดได้ง่าย ทั้งยังแห้งเร็ว และสีไม่ตก แถมยังให้ความอบอุ่นได้ดีมาก ๆ อีกด้วย

ผ้าเกล็ดปลา – French terry fabric
เป็นผ้าที่ ด้านหน้าจะมีผิวเรียบ ด้านหลังจะเป็นเส้นใยแบบห่วงคล้ายเกล็ดปลา แถมยังฟู นุ่ม มีน้ำหนักเบา ให้ความอบอุ่นได้ดี ยับยาก มีความยืดหยุ่นสูง จึงเป็นผ้าที่นิยมนำมาผลิตเป็นเสื้อกันหนาวมากที่สุด โดยผ้าเกล็ดปลามีส่วนผสมหลักคือ เส้นใยโพลีเอสเตอร์ (Polyester) หรือ เส้นใยคอตตอน (Cotton) จึงเหมาะกับการทำเสื้อคลุมแบบสวมหัว ทั้งนี้ผ้าเกล็ดปลาสามารถสกรีนลายได้อย่างไม่ค่อยมีปัญหา

723 724 admin csb

เทคนิคการดูแลเสื้อผ้าช่วงหน้าฝน

– ซักมือ
การจะซักเสื้อผ้าให้สะอาดที่สุดก็คือการซักด้วยมือ เพราะสามารถซักได้สะอาดหมดจดทุกซอกทุกมุม และการซักด้วยมือยังช่วยถนอมผ้าได้มากกว่าซักด้วยเครื่องซักผ้า

– เลือกซักแห้งเมื่อเสื้อผ้าสกปรกจริงๆ เท่านั้น
การซักแห้งนั้นสามารถทำได้ แต่ควรซักเมื่อเสื้อผ้าสกปรกจริงๆ เท่านั้น สำหรับเสื้อผ้าที่ไม่ได้ซักแห้ง เมื่อซักเสร็จแล้วให้นำไปตากลมแล้วรีดตามปกติ หรืออีกวิธีคือใช้เครื่องอบผ้ามาอบให้เสื้อผ้าแห้งเร็วขึ้น

– ใช้ถุงซักผ้า
การใช้ถุงซักผ้าจะช่วยถนอมเสื้อผ้าจำพวกชุดชั้นในหรือเสื้อผ้าที่มีความบางเป็นพิเศษ และจะช่วยป้องกันไม่ให้เกิดรอยขีดข่วนจากตะขอหรือซิปในเครื่องซักผ้า

– ดูแลรักษาเสื้อชั้นในสตรีให้สะอาดอยู่เสมอ
ช่วงหน้าฝนหลายคนอาจต้องเปียกฝนโดยไม่ตั้งใจ ทำให้เสื้อผ้าเปียกและมีกลิ่นอับ โดยเฉพาะชุดชั้นในผู้หญิงที่ต้องใส่ใจในการดูแลรักษาเป็นพิเศษ

– ใช้เครื่องอบผ้าแห้งทำให้ผ้านุ่ม
ในกรณีที่ลืมใส่น้ำยาปรับผ้านุ่ม หากอยากให้เสื้อผ้านุ่ม โดยเฉพาะผ้าเช็ดตัวและเสื้อกันหนาว หลังจากซักเสื้อผ้าด้วยเครื่องซักผ้าแล้ว ให้นำไปใส่ในเครื่องอบผ้าแห้ง อบทิ้งไว้ประมาณ 2 – 3 นาที จากนั้นนำไปอบแห้งต่อในเครื่องหรือจะนำไปตากให้แห้งตามปกติก็ได้

– ใช้น้ำยาปรับผ้านุ่มทุกครั้ง
การใช้น้ำยาปรับผ้านุ่มทุกครั้งเวลาซักเสื้อผ้า นอกจากจะทำให้ผ้านุ่มและหอมนานแล้ว ยังช่วยลดการเกิดไฟฟ้าสถิตลงได้ โดยเฉพาะในช่วงหน้าฝน เสื้อผ้าที่เปียกฝนจะมีกลิ่นอับชื้น

723 724 admin csb

การดูแลเสื้อผ้าในช่วงหน้าฝน

หน้าฝนกับการดูแลเสื้อผ้าไม่ให้มีกลิ่นอับชื้น

1. ไม่เก็บผ้าไว้หลายๆ วัน
ไม่ควรเก็บเสื้อผ้าที่ใส่แล้วไว้เยอะๆ เพื่อรอการซัก แต่ควรเปลี่ยนเป็นการซักผ้าจำนวนน้อยๆ แต่ซักบ่อยๆ

2. เลือกผลิตภัณฑ์ซักผ้าที่เหมาะสม
ในการซักผ้าแต่ละครั้งคุณควรใช้ผงซักฟอก และน้ำยาปรับผ้านุ่มร่วมด้วย ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่ช่วยในการลดกลิ่นอับชื้นเป็นพิเศษ

3. แผกผ้าเปียกกับผ้าแห้งออกจากกัน
หากเสื้อผ้าที่สวมใส่นั้นเปียกฝนจากข้างนอกเข้ามา ก็ไม่ควรที่จะนำไปกองสุมไว้รวมกับตะกร้าผ้าแห้ง เพราะนั่นเป็นเหตุที่ทำให้เกิดกลิ่นอับกับผ้าตัวอื่นๆ

4. เลือกพื้นที่ในการตากผ้าให้เหมาะสม
คุณควรตากผ้าบริเวณที่โดนแสงแดด มีลมพัดผ่าน หรือที่มีอากาศถ่ายเทได้สะดวก หลีกเลี่ยงการตากผ้าในห้องน้ำ เพราะในห้องน้ำจะมีความชื้นสูง หรือหากเปิดแอร์ ก็สามารถเอาราวตากผ้าไปไว้ด้านหน้าให้ลมร้อนพัดโดนเสื้อผ้าจะช่วยให้แผ้แห้งได้เร็วขึ้น

5. สำรวจตู้เสื้อผ้า
ถ้าหากเสื้อผ้ายังมีกลิ่นอับอยู่ให้ลองเปลี่ยนไปสำรวจที่ตู้เสื้อผ้าดู เพราะบางที สาเหตุที่ทำให้เสื้อผ้ามีกลิ่นอับนั้นอาจจะเกิดจากตู้เสื้อผ้า ให้เอาเสื้อผ้าของใช้ทุกอย่างออกมาให้หมด แล้วใช้น้ำยาทำความสะอาด หรือน้ำยาฆ่าเชื้อโรคเช็ดให้ทั่วๆ แล้วเปิดตู้ทิ้งไว้ ให้อากาศถ่ายเทสัก 1 วัน หลังจากนั้น จึงเอาลูกเหม็น หรืออุปกรณ์ที่ใช้กำจัดกลิ่นอับ ใส่ไว้ในตู้ แล้วจึงค่อยเอาเสื้อผ้าเก็บไว้ตามเดิม