Monthly Archives :

September 2019

1015 1024 admin csb

ข้อควรรู้เกี่ยวกับผ้าไหมและผ้าไหมเทียม

Silk (ผ้าไหม)
ผ้าไหมมีลักษณะที่แสดงถึงความนุ่มนวลสง่างามและหรูหรา ผ้าชนิดนี้ถูกค้นพบในประเทศจีนมากกว่า 4000 ปีก่อนและมีราคาค่อนข้างสูงเนื่องจากมีคุณสมบัติที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว

Rayon (ไหมเทียม)
ผ้าเรยอนหรือไหมเทียม มีคุณสมบัติที่นุ่มและเรียบลื่น โดยผ้าชนิดนี้เป็นที่นิยมนักของดีไซเนอร์ เนื่องจากลักษณะที่คล้ายไหม และดูมีราคา ไหมเทียมผลิตจากวัสดุที่มีส่วนประกอบของเซลลูโลส ที่ได้จากการละลายจากวัสดุธรรมชาติ ที่มีเซลลูโลสเป็นส่วนประกอบ (เยื่อไม้เศษผ้าฝ้าย ฯลฯ ) โดยสารละลายนี้จะถูกนำไปผ่านเครื่องเครื่องปั่นด้ายและเพื่อสร้างเส้นใย ซึ่งผ้าชนิดนี้เป็นผ้าชนิดแรกที่ถูกสังเคราะห์โดยมนุษย์

Why dryclean? (ทำไมต้องทำความสะอาดด้วยวิธีการซักแห้ง)
ผ้าไหมและไหมเทียม เหมาะกับการทำความสะอาดโดยวิธีการซักแห้ง ในกรณีที่ผู้ผลิตไม่ได้ทำการทดสอบและระบุวิธีการทำความสะอาดที่เหมาะสมกับเสื้อผ้านั้นๆ ควรจะอนุมาณว่าเหมาะที่จะทำความสะอาดด้วยการซักแห้ง เนื่องจากในบางครั้งสีที่ใช้ หรือการลงแป้ง อาจไม่คงทนต่อการละลายน้ำ และไม่สามารถทำความสะอาดด้วยวิธีการซักน้ำ ในบางกรณี รอยด่างหรือคราบสกปรกจากน้ำ อาจจะเกิดขึ้นได้เมื่อสัมผัสกับความชื้น ดังนั้นการทำความสะอาดตามวิธีที่ระบุในฉลากจึงมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง

Washable silk, rayon (ผ้าไหมและไหมเทียมที่มีคุณสมบัติทนต่อการซัก)
ผ้าไหมและไหมเทียมในปัจจุบันที่ขายตามท้องตลาด อาจมีความคงทนต่อการซัก โดยอนุมาณว่าถ้าผู้ผลิตระบุในป้ายฉลากว่า ทนต่อการซักหรือ Washable ผ้านั้นๆจะต้องผ่านการทดสอบจากผู้ผลิตแล้ว แต่อย่างไรก็ตาม ก็อาจพบปัญหาได้เนื่องจากในบางครั้งสีย้อมผ้าไหมและไหมเทียมที่ระบุว่า ทนต่อการซัก อาจไม่คงทนต่อการละลายน้ำ ส่งผลให้เกิดปัญหาสีตกหลังจากการทำความสะอาด ซึ่งปัญหานี้มักพบในผ้าที่ย้อมด้วยสีเข้มได้เสมอ ซึ่งสีอาจจะตกมากกว่าผ้าที่มีสีอ่อนหรือสีพาสเทล เพื่อป้องกันปัญหาสีผ้าตกใส่ผ้าสีอื่น จึงควรหลีกเลี่ยงการซักผ้าที่มีสีเข้มรวมกับผ้าชนิดอื่นๆ ในกรณีที่ผ้ามีหลายสี ควรทำการทดสอบความคงทนของสีก่อนการทำความสะอาด

สิ่งที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งที่จะช่วยบรรเทาปัญหาสีตกได้คือ ระยะเวลาที่ใช้ในการซักผ้า การซักฟอก ล้างน้ำ และตากแห้งอย่างรวดเร็วจะช่วยลดปัญหาสีตกได้ ไม่ควรแช่ผ้าทิ้งไว้นานๆ เนื่องจากเป็นการเพิ่มโอกาสที่สีจะละลายน้ำ ส่งผลให้สีตกเพิ่มขึ้น

ถ้าหากสีย้อมหรือการลงแป้งในกระบวนการผลิต ไม่คงทนต่อวิธีการดูแลรักษาหรือทำความสะอาดตามที่ระบุไว้ในฉลาก ควรติดต่อทางร้านค้าเพื่อหาวิธีการแก้ไขหรือส่งคืน

ในบางกรณี ที่ไม่มีการระบุว่าสามารถทำความสะอาดด้วยวิธีการซักแห้ง จากผลการทดสอบความคงทนของสีย้อมที่ใช้อาจมีความเป็นไปได้ว่าไม่สามารถคงทนต่อสารเคมีหรือน้ำยาที่ใช้ในการซักแห้ง ดังนั้น ผู้ประกอบการจึงควรปฏิบัติตามวิธีการทำความสะอาดที่ระบุไว้ในฉลาก แต่ถ้าหากเกิดความเสียหายหลังจากทำควาสะอาดตามวิธีที่ระบุแล้ว ควรส่งคืนให้ร้านค้าทำการแก้ไขต่อไป

Shading from sizing (สีไม่สม่ำเสมอของผ้าที่มีการลงแป้ง)
ปัญหาหนึ่งที่มักพบบ่อย คือ ปัญหาสีตก สีซีดจาง สีไม่สม่ำเสมอ ที่เกิดขึ้นเมื่อสัมผัสกับความชื้น โดยปัญหาดังกล่าว มีสาเหตุมาจาการน้ำแป้งจากขั้นตอนการลงแป้ง ในบางกรณีการสวมใส่เสื้อผ้าในขณะที่ฝนตก ความชื้นที่เกิดจากการกระเด็นของน้ำ อาหาร หรือเครื่องดื่มก็อาจทำให้สีของผ้าไม่สม่ำเสมอได้ ในกรณีที่วิธีการทำความสะอาดที่ระบุไว้ในฉลาก คือ การซักแห้ง แต่น้ำแป้งบนเส้นใยที่ใช้ทอผ้านั้นๆมีความไวต่อความชื้น อาจเป็นไปได้ยากที่จะหลีกเลี่ยงปัญหาสีไม่สม่ำเสมอจากการทำความสะอาด ร้านซักแห้งอาจมีความจำเป็นใช้การซักน้ำในระยะสั้นช่วยในการทำความสะอาด แต่อย่างไรก็ตามวิธีการทำความสะอาดต่างๆจะต้องได้รับความยินยอมจากลูกค้า

Fading of color (ปัญหาสีซีด)
ในบางกรณี สีที่ย้อมบนผ้าไหมและไหมเทียม อาจไม่มีความคงทนต่อขั้นตอนการทำความสะอาดตามที่ระบุไว้ในป้าย ในบางครั้ง เสื้อผ้าที่ระบุว่าควรทำความสะอาดด้วยวิธีการซักแห้ง สีที่ย้อมอาจไม่ทนต่อการซักแห้ง ส่งผลให้เกิดปัญหาสีตก โดยเฉพาะสีเข้มที่อาจตกใส่ผ้าสีที่อ่อนกว่า ซึ่งปัญหานี้พบได้เช่นเดียวกันกับเสื้อผ้าที่ระบุว่าคงทนต่อการซักน้ำส่งผลให้สีของผ้าซีดลง

คราบสกปรกที่เปรอะเปื้อนบนเนื้อผ้า ส่วนมากมีคุณสมบัติในการละลายน้ำตามธรรมชาติ และอาจมีความจำเป็นต้องใช้ความชื้น(น้ำ)ในการขจัด โดยทั่วไปในกระบวนการซักแห้งจะไม่มีการใช้ความชื้น(น้ำ) แต่ในบางกรณีอาจใช้ความชื้น(น้ำ)ช่วยในการทำความสะอาดเฉพาะจุด หรือเฉพาะบริเวณที่มีคราบสกปรกจากเหงื่อ อาหาร และเครื่องดื่ม ซึ่งขั้นตอนที่ใช้ในการทำความสะอาดจะถูกพิจารณาจาก ความติดคงทนของสีย้อม ซึ่งในบางครั้งการใช้ความชื้น(น้ำ) อาจไม่สามารถขจัดคราบสกปรกได้ทั้งหมด นอกจากนั้นสีย้อมบางชนิดจะทำปฏิกิริยากับคราบสกปรกเมื่อสัมผัสกับความชื้น(น้ำ) ในกรณีนี้ไม่สามารถใช้ความชื้น(น้ำ)ในการทำความสะอาดได้

Home stain removal tips (เทคนิคการทำความสะอาดด้วยตนเอง)
เนื่องจากความไวต่อความชื้นของสีย้อมและน้ำแป้งที่เคลือบอยู่ยนเส้นใย จึงไม่แนะนำให้ผู้บริโภคกำจัดคราบสกปรกโดยใช้น้ำจนกว่าจะมีการตรวจสอบตรวจสอบความคงทนของสี โดยการทำให้ผ้าเปียกจากนั้นจึงซับด้วยผ้าขาว ไม่ควรขัดถูผ้าขณะที่เปียกอาจทำให้เส้นด้ายที่ทอเรียงกันบิดเบี้ยวทำให้เกิดรูขนาดเล็กและอาจส่งผลให้ดูคล้ายกับว่าสีซีดลง หลังจากนั้นนำมากตากให้แห้งเพื่อตรวจสอบว่าสีย้อมหรือบริเวณที่ลงแป้งสีซีดลงหรือไม่ การกำจัดคราบสกปรกจากเหงื่อ อาหาร และเครื่องดื่มที่ฝังแน่นเป็นเรื่องที่ยาก อาจจะไม่สามรถที่จะทำความสะอาดหรือขจัดคราบได้ด้วยตนเอง แม้กระทั่งผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์จากร้านซักแห้งด้วย ก็อาจเป็นเรื่องยากในการขจัดคราบเช่นกัน

คราบน้ำมันจาระบี หรือฝุ่น สามารถทำความสะอาดได้ด้วยวิธีการซักแห้งโดยไม่เกิดผลกระทบจากขั้นตอนทำความสะอาด จากวิธีการทำความสะอาดหลากหลายวิธี ขอแนะนำว่าควรใช้น้ำยาซักหรือสารเคมีที่ใช้ในการซักแห้งทำความสะอาดคราบสกปรก จากนั้นจึงซับออก ไม่ควรถูผ้าเนื่องการขัดถูอาจเกิดความเสียหายกับผ้าและทำให้ยากต่อการแก้ไข

Beverages (คราบสกปรกจากเครื่องดื่ม)
เครื่องดื่มต่างๆ เช่นน้ำอัดลม ไวน์ และเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลเป็นส่วนประกอบ ที่กระเด็นเปรอะเปื้อนเสื้อ เครื่องดื่มเหล่านั้นอาจไม่มีสีและจางหายไปเมื่อแห้ง แต่เมื่อเวลาผ่านไปน้ำตาลที่เป็นส่วนประกอบของเครื่องดื่มนั้นๆ อาจทำให้เกิดคราบสีเหลืองหรือสีน้ำตาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อสัมผัสกับความร้อน ดังนั้น จึงควรแจ้งหรือระบุบริเวณที่มีรอยเปรอะเปื้อน เมื่อนำเสื้อผ้าไปทำความสะอาดด้วยวิธีการซักแห้ง เพื่อให้ผู้ประกอบการขจัดคราบสกปรกนั้น แต่ในบางกรณีอาจไม่สามารถกำจัดคราบสกปรกได้ทั้งหมด โดยเฉพาะคราบสกปรกที่ฝังแน่นบนเนื้อผ้า

Protect from perspiration (การป้องกันคราบสกปรกจากเหงื่อ)
เหงื่อไคล จะมีเกลือเป็นส่วนประกอบที่สามารถทำลายเนื้อผ้าได้โดยเฉพาะไหม เหงื่อมีสภาวะเป็นกรดและเปลี่ยนเป็นด่างเมื่อสัมผัสกับบรรยากาศ ซึ่งอาจเป็นสาเหตุให้ผ้าเปลี่ยนสีหรือทำลายเนื้อผ้า ดังนั้นจึงควรทำความสะอาดคราบเหงื่อออกโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดคราบฝังแน่น ถ้าผู้ส่วมใส่มีเหงื่อออกมาก ควรสวมใส่แผ่นล็อคเหงื่อใต้วงแขน (underarm shields) ก่อนสวมใส่เสื้อผ้า

Chemical damage (ผลเสียจากสารเคมี)
สีย้อมบางชนิดที่ใช้ย้อมผ้าไหมอาจจะตกหรือเปลี่ยนสีเมื่อสัมผัสกับสารละลายที่มีแอลกอฮอล์ ดังนั้นจึงควรรอให้น้ำหอมและ สเปรย์ฉีดผมที่มีส่วนประกอบของแอลกอฮอล์ให้แห้ง ก่อนที่จะสวมใส่เสื้อผ้า ในกรณีที่เครื่องดื่มที่มีส่วนประกอบแอลกอฮอล์กระเด็นเปรอะเปื้อเสื้อผ้า ควรทำความสะอาดโดยเร็วที่สุด

สีย้อมบางชนิด โดยเฉพาะสีน้ำเงินและสีเขียวที่ใช้ย้อมผ้าไหมอาจมีความไวต่อด่าง สบู่ ผงซักฟอก แชมพู และยาสีฟันจะมีค่าความเป็นด่าง ที่จะทำให้เกิดความเสียหายต่อเส้นใย หากพบปัญหาในลักษณะนี้ควรปรึกษาผู้ประกอบการร้านซักแห้งเพื่อหาวิธีในการทำความสะอาด

ผ้าไหมที่มีสีต่างๆ อาจพบปัญหาสีซีดจากการสัมผัสแสงเป็นเวลานาน ไม่ว่าจะเป็นแสงแดดหรือแสงไฟ โดยเฉพาะสีย้อมสีผ้าไหมสีน้ำเงินและสีเขียวมักจะพบปัญหาสีซีดอย่างรวดเร็ว ดังนั้นจึงควรเก็บเสื้อผ้าไว้ในตู้เสื้อผ้าให้ห่างจากแสง (สถานที่ที่ไม่มีหน้าต่างในตู้เสื้อผ้า) นอกจากนั้นยังพบว่าการใช้สารฟอกขาวที่ส่วนประกอบคลอรีนยังทำลายเนื้อผ้าอีกด้วย

Sueded/Sanded silk (ผ้าไหมตกแต่งสำเร็จ)
ขั้นตอนการตกแต่งสำเร็จจากกระบวนการผลิต ทำให้ผิวสัมผัสของผ้าไหมมีความแตกต่างกัน ซึ่งลักษณะของผ้าไหมอาจมีเปลี่ยนแปลงระหว่างการใช้หรือการสวมใส่ ผ้าไหมเหล่านี้อาจมีการข้อจำกัดในเรื่องของอายุการใช้งาน และอาจเกิดการเปลี่ยนแปลงได้โดยธรรมชาติ แต่บางกรณีก็อาจพบปัญหาสีตกหรือเกิดการเปลี่ยนแปลงผิวสัมผัสของผ้าไหมได้

Drycleaning (การซักแห้ง)
ถึงเวลาแล้วที่จะซักแห้ง:

ส่งเสื้อผ้าที่เปื้อนคราบสกปรกเพื่อทำความสะอาดให้เร็วที่สุด
แจ้งให้ผู้ประกอบการร้านซักแห้งทราบว่ามีคราบอะไรบ้าง
ระบุบริเวณที่มีคราบเปรอเปื้อนจากอาหารและเครื่องดื่ม
ระบุบริเวณผ้าที่เกิดความเสียหาย เพื่อที่ผู้ประกอบการจะได้ทำการแก้ไขก่อนที่จะไม่สามารถแก้ไขได้

1018 1024 admin csb

เนื้อผ้า 5 แบบระบายเหงื่อได้ดี

– Seersucker : ผ้าฝ้ายลายคลื่น มีจุดเด่นตรงรอยย่นทั่วพื้นผิวที่เกิดจากการทอเส้นใยเป็นก้อนเท่าปลายเข็ม ด้วยลักษณะเฉพาะตัวพร้อมกับความบางของผ้า ทำให้ผ้า ‘เซียร์ซัคเกอร์’ ช่วยเรื่องการส่งผ่านความร้อนและระบายอากาศ สวมใส่เบาสบาย ไม่จำเป็นต้องรีด

– Madras : เป็นผ้าฝ้ายเนื้อบาง มีต้นกำเนิดจากประเทศอินเดีย มีกรรมวิธีการย้อมสีทำให้ผ้าซีดจาง ดูมีคาแรกเตอร์ มีลวดลายตารางต่างสีสันที่เหมือนกันทั้งหน้าและหลัง คุณสมบัติของผ้าฝ้ายชนิดนี้ก็คือบางเบา ใส่สบาย ระบายความร้อนได้ดี

– Linen : ลินินมีคุณสมบัติที่เหมาะกับประเทศเขตร้อนที่สุด มีเส้นใยเหนียว สวมใส่สบาย ดูดความชื้น และระบายความร้อนได้ดีกว่าผ้าฝ้าย มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวคือรอยยับย่นที่เป็นธรรมชาติ สร้างเอฟเฟกต์ที่สวยงามเวลาสวมใส่ มีทั้งประเภทเนื้อหยาบและละเอียด

– Chambray : ผ้าแชมเบรย์บุกเบิกมาจากฝรั่งเศส สีฟ้าอมเทาถือเป็นแม่สีของแชมเบรย์ ซึ่งเป็นตัวแทนของ Blue Collar ในปัจจุบันแชมเบรย์เปรียบเป็นเดนิมแห่งฤดูร้อน ถูกใช้ออกแบบในเสื้อผ้าลำลองโดยเฉพาะเสื้อเชิ้ต และกางเกงประเภทต่างๆ

– Poplin : ผ้าปอปปลิ้นนอกจากจะระบายอากาศ และให้ความบางสบายได้ดีแล้ว เนื้อผ้ายังไม่ทำให้เกิดรอยยับง่าย และคงความเนี๊ยบได้มากกว่าเนื้อผ้าชนิดอื่นๆ สามารถนำมาใส่ทำงานเพื่อรับมือกับหน้าร้อนได้เป็นอย่างดี

1024 1021 admin csb

ผ้าที่นิยมนำมาตัดเย็บเสื้อผ้า

ผ้าโพลีเอสเตอร์ – ผ้าโพลีฯ เป็นผ้าใยสังเคราะห์ ไอเท็มผ้าที่ได้รับความนิยมมากเป็นอันดับต้น ๆ เพราะเนื้อผ้าที่หลากหลาย ผ้านิ่ม ผ้าบางตัวยืดหยุ่นได้ดี ยับยาก สามารถนำมาตัดเย็บเสื้อได้แทบทุกสไตล์ เช่น เสื้อผ้ากีฬา, เสื้อยืด, เดรส, เสื้อผ้าแฟชั่นและเสื้อผ้ากันหนาวทั้ง เสื้อแจ็คเก็ต เสื้อคลุม
ผ้าคอตตอน – ผ้าใยธรรมชาติ เนื้อผ้าบางเบา ระบายอากาศได้ดีเยี่ยม เหมาะกับการสวมใส่ในอากาศร้อน นิยมทำเสื้อยืด เสื้อเชิ้ต
ผ้าเรยอน – ผ้าใยสังเคราะห์ ส่วนใหญ่มักนำไปผสมกับผ้าอื่น เนื้อผ้าเรียบ นิ่ม ยืดหยุ่น และระบายความร้อนได้ดี แต่ค่อนข้างยับง่าย มักทำเป็นเสื้อยืด, เดรส และเสื้อคาร์ดิแกนแบบเนื้อบาง
ผ้าไหม – ผ้าใยธรรมชาติ เนื้อผ้านุ่มมือ ผ้าไม่ค่อยยับหรือแทบไม่ยับเลย ส่วนใหญ่นิยมทำชุดผ้าไหม, เสื้อผ้าไหม, เสื้อผ้าทางการ แต่ปัจจุบันมีการนำมาผ้าไหมมาใช้ในการตัดเย็บเสื้อผ้าแฟชั่นมากขึ้น
ผ้าสแปนเด็กซ์ – ผ้าใยสังเคราะห์ หรือที่เรียกกันว่า Lycra เป็นผ้าที่มีคุณสมบัติโดดเด่นในเรื่องความยืดหยุ่นสูง ผ้ายืด 4 ด้าน เมื่อสวมใส่สามารถขยายตัวได้มากและคืนกลับสู่สภาพเดิม เหมาะสำหรับการตัดเย็บผ้าที่มีการยืดหยุ่น เช่น ชุดชั้นใน ชุดอาบน้ำ ขอบถุงเท้าหรือนำไปผสมผ้าประเภทอื่น ๆ
ผ้าไนลอน – ผ้าใยสังเคราะห์ เนื้อผ้าเรียบ มัน ผ้ายืดหยุ่น ดูดความชื้นได้ดีที่สุดในบรรดาผ้าใยสังเคราะห์ เหมาะสำหรับการทำเสื้อแจ็คเก็ต เสื้อกันลม

1024 1018 admin csb

เคล็ดลับ การดูแลรักษา “เสื้อโปโล”

สิ่งที่ควรระวังในการซักเสื้อโปโล
-ก่อนการทำการแช่ผ้าเราต้องเช็คให้เรียบร้อยก่อนและนำสิ่งของออกจากกระเป๋าให้หมด
-จำเป็นที่จะต้องทำการกลับผ้าโดยเอาด้านในออกมา เพื่อรักษาหน้าผ้าและลายสกรีน
-ก่อนทำการซัก ควรแช่ผ้าก่อนการซัก 10-20 นาที น่ะคะ เพื่อให้คราบหลุดออกได้ง่ายยิ่งขึ้น
-เวลาซัก Cotton 100% ไม่ควรอย่างยิ่งซักโดยใช้น้ำอุ่นหรือน้ำร้อน เราควรซักด้วยน้ำอุณหภูมิปรกติเท่านั้น ถ้าหากใช้น้ำอุ่นหรือน้ำร้อนซักอาจเกิดปัญหาการหดของเนื้อผ้าได้ง่าย
-เวลาตากก็ควรระวังเช่นกัน อย่าตากที่แสงแดดจัดเกินไป เพราะจะทำให้เสื้อซีดได้ เวลาตากเราควรกลับผ้าออก หรือถ้าเป็นไปได้ เราควรตากในแสงแดดที่ไม่จัดจนเกินไป ไม่ควรรีดเสื้อด้วยไฟแรง และไม่ควรรีดเสื้อบริเวณตะเข็บที่ทับกัน

1020 1024 admin csb

เส้นใยกล้วย

“กล้วย” พืชท้องถิ่นประจำบ้านของใครหลายคน มีบทบาทในชีวิตประจำวัน ของผู้คนเป็นจำนวนมากเส้นใย “เส้นใยกล้วย” มีสมบัติพิเศษคือ เป็น เส้นที่มีความมันเงาสวยงาม แข็งแรง เหนียว ทนทาน สามารถนาไปปั่นผสมกับเส้นใยอื่นๆ เช่นใยฝ้าย ที่มีความคุณสมบัติโดดเด่นเรื่องการระบายอากาศและอ่อนนุ่ม การผลิตเส้นใยกล้วยเป็นการนำเอากาบกล้วยจากบริเวณลำต้นมาพัฒนาเป็นเส้นใย กระบวนการผลิตจะนำกาบกล้วยที่ได้มาเข้าเครื่องขูดเนื้อเยื่อกาบกล้วย เพื่อนำเส้นใยไป ผ่านกระบวนการทางเคมีสิ่งทอ หลังจากนั้นเข้าสู่ขั้นตอนการผลิตเป็นเส้นด้ายแล้วนำไปทอเป็นผืนผ้าต่อไป

  • 1
  • 2